กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย
กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์
ตุลาคม 2564 กันยายน 2564 สิงหาคม 2564 กรกฎาคม 2564 มิถุนายน 2564 พฤษภาคม 2564 เมษายน 2564 มีนาคม 2564 กุมภาพันธ์ 2564 มกราคม 2564 ธันวาคม 2563 พฤศจิกายน 2563

ข่าวประชาสัมพันธ์ (เก่า)

มีนาคม 2564

กอปภ.ก.ประสาน 6 จังหวัดภาคใต้ เฝ้าระวังและเตรียมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และคลื่นลมแรง ช่วงวันที่ 31มี.ค.-2 เม.ย. 64

กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

กอปภ.ก.ประสาน 6 จังหวัดภาคใต้ เฝ้าระวังและเตรียมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน
น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และคลื่นลมแรง ช่วงวันที่ 31มี.ค.-2 เม.ย. 64




31 มี.ค. 64 เวลา 17.30 น. กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสาน 6 จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 31 มี.ค. – 2 เม.ย. 64 โดยให้จังหวัดและศูนย์ ปภ. เขตในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามสภาพอากาศและแนวโน้มสถานการณ์ภัยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมระดมสรรพกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันที อีกทั้งแจ้งเตือนประชาชนติดตามพยากรณ์อากาศ และปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด










นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะผู้อำนวยการกลาง กล่าวว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) ได้ติดตามสภาพอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตกได้มีประกาศฉบับที่ 1 (01/2564) ลงวันที่ 30 มีนาคม 2564 แจ้งว่า หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวเบงกอลตอนล่างมีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้าสู่บริเวณทะเลอันดามัน ประกอบกับลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังแรง คลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร บริเวณฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร กอปภ.ก. จึงได้ประสาน 6 จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ตลอดจนศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหาก น้ำล้นตลิ่ง และคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 31 มีนาคม – 2 เมษายน 2564 ซึ่ง กอปภ.ก ได้กำชับให้หน่วยปฏิบัติในพื้นที่จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน และแนวโน้มสถานการณ์ภัยต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) รถปฏิบัติการ และเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันที อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด รวมถึงปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ชุมชนเมือง พื้นที่ ริมแม่น้ำลำคลอง ที่ลาดเชิงเขา และพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเล ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
จำนวนผู้เข้าชมในหน้านี้ 20785 ครั้ง