กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย
กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์
คำแนะนำในการใช้เว็บไซต์ การปราบปรามทุจริต บริการของกองเผยแพร่ฯ เกี่ยวกับกองเผยแพร่ อาเซียนของไทย

ปี 2564

พฤศจิกายน 2564

ปภ.รายงานยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมใน 8 จังหวัด ประสานดูแลให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อเนื่อง

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ปภ.รายงานยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมใน 8 จังหวัด ประสานดูแลให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อเนื่อง

👉21 พ.ย.64 เวลา 09.15 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย ในพื้นที่ 8 จังหวัด แยกเป็น ผลกระทบจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ตั้งแต่วันที่ 10 - 21 พ.ย. 64 ทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ 12 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ตรัง ภูเก็ต พังงา สตูล และกระบี่ รวม 56 อำเภอ 167 ตำบล 682 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 13,151 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 5 ราย ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 2 จังหวัด (ชุมพร สุราษฏร์ธานี) รวม 2 อำเภอ 2 ตำบล 3 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ             59 ครัวเรือน ขณะที่อิทธิพลพายุเตี้ยนหมู่ พายุไลออนร็อก พายุคมปาซุ และร่องมรสุมพาดผ่านภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. – 21 พ.ย. 64 ทำให้น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 6 จังหวัด (อุบลราชธานี สุพรรณบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นครปฐม) รวม 20 อำเภอ 227 ตำบล 1,537 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 88,897 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 35 ราย ภาพรวมสถานการณ์คลี่คลายในหลายพื้นที่แล้ว ระดับน้ำลดลง แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย เร่งระบายน้ำและให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง

👉กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานสถานการณ์อุทกภัยจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ตั้งแต่วันที่ 10 - 21 พ.ย. 64 ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 12 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ตรัง ภูเก็ต พังงา สตูล และกระบี่ รวม 56 อำเภอ 167 ตำบล 682 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 13,151 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 5 ราย ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 2 จังหวัดรวม 2 อำเภอ 2 ตำบล 3 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 59 ครัวเรือน ภาพรวมระดับน้ำลดลงทุกพื้นที่ ได้แก่
🔹1. ชุมพร น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอเมืองชุมพร รวม 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 55 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 4 ราย ระดับน้ำลดลง 
🔹2. สุราษฎร์ธานี น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอชัยบุรีรวม 1 ตำบล 2 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 4 ครัวเรือน
🔹ขณะที่อิทธิพลพายุเตี้ยนหมู่ พายุไลออนร็อก พายุคมปาซุ และร่องมรสุมพาดผ่านภาคตะวันออกและภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. – 21 พ.ย. 2564 ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ โดยปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี สุพรรณบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นครปฐม รวม 20 อำเภอ 227 ตำบล 1,537 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 88,897 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 35 ราย โดยภาพรวมสถานการณ์คลี่คลายแล้วในหลายพื้นที่ ระดับน้ำลดลง แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ดังนี้
🔹1.อุบลราชธานี ยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี และอำเภอวารินชำราบ รวม 4 ตำบล 23 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 573 ครัวเรือน
🔹2.สุพรรณบุรี ยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสองพี่น้อง และอำเภอบางปลาม้า รวม 28 ตำบล 267 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 23,053 ครัวเรือน
🔹3.อ่างทอง ยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอป่าโมก รวม 3 ตำบล 11 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 801 ครัวเรือน
🔹4.พระนครศรีอยุธยา ยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอผักไห่ อำเภอเสนา อำเภอบางบาล อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางไทร อำเภอบางปะอิน และอำเภอลาดบัวหลวง รวม 106 ตำบล 680 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 49,385 ครัวเรือน
🔹5.ปทุมธานี ยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปทุมธานี อำเภอสามโคก และอำเภอลาดหลุมแก้ว รวม 25 ตำบล 81 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 6,176 ครัวเรือน
🔹6.นครปฐม ยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางเลน อำเภอนครชัยศรี อำเภอสามพราน อำเภอกำแพงแสน และอำเภอดอนตูม รวม 61 ตำบล 475 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 8,909 ครัวเรือน


👉สำหรับการแก้ไขปัญหาและให้การช่วยเหลือประชาชน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระดมสรรพกำลังในการระบายน้ำออกจากพื้นที่และดูแลให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยจัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง ฯ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง/////

จำนวนผู้เข้าชมในหน้านี้ 1132 ครั้ง